
ร่วมดูแลทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน
สำหรับอมตะ การดูแลมหาสมุทรเริ่มต้นจากการให้ความสำคัญกับ “น้ำ” ในฐานะทรัพยากรธรรมชาติที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการใช้และดูแล

นิคมอุตสาหกรรมทั้ง 5 แห่งของกลุ่มอมตะในประเทศไทย ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำชายฝั่งอ่าวไทย ซึ่งทำให้การใช้น้ำในพื้นที่นิคมฯ มีความเชื่อมโยงกับระบบนิเวศชายฝั่งโดยตรง ด้วยเหตุนี้ อมตะจึงนำหลักการ Zero-Discharge มาใช้ในการดำเนินงาน โดยนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ภายในนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด 100% และไม่มีการปล่อยน้ำทิ้งออกสู่แหล่งน้ำภายนอก รวมถึงคลองสาธารณะที่ไหลลงสู่ทะเล
แนวทางนี้สะท้อนความตั้งใจของกลุ่มอมตะในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรอบข้าง และช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาว จากการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่อย่างต่อเนื่อง อมตะสามารถลดการใช้น้ำจืดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ และช่วยลดผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำจืดได้ถึง 40%
นอกจากการจัดการน้ำภายในนิคมอุตสาหกรรมแล้ว อมตะยังทำงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำของคลองสาธารณะที่ไหลลงสู่อ่าวไทย เพื่อช่วยกันดูแลแหล่งน้ำให้สะอาดและมีการจัดการที่ดีขึ้น ผ่านความร่วมมือและการสร้างความเข้าใจร่วมกันในชุมชน

อมตะยังมีส่วนร่วมกับองค์กรผู้ใช้น้ำในลุ่มน้ำชายฝั่งตะวันออก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การดูแลมหาสมุทรไม่ได้เริ่มต้นที่ทะเลเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการดูแลทรัพยากรน้ำตลอดทั้งลุ่มน้ำ เมื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขยายตัวของเมือง และกิจกรรมทางอุตสาหกรรม ส่งผลต่อพื้นที่ชายฝั่งมากขึ้น ความร่วมมือระหว่างชุมชนและทุกภาคส่วนจึงยิ่งมีความสำคัญ

อีกหนึ่งตัวอย่างของความมุ่งมั่นนี้คือการดำเนินโครงการด้านความหลากหลายทางชีวภาพร่วมกับชุมชนท้องถิ่น ในปี 2025 อมตะซิตี้ ชลบุรี ได้จัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลน ณ ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์ป่าชายเลน คลองตำหรุ จังหวัดชลบุรี ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยปลูกต้นโกงกางมากกว่า 1,000 ต้น
ป่าชายเลนมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศชายฝั่ง ทั้งช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ช่วยรักษาคุณภาพน้ำ กักเก็บคาร์บอน และเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ การฟื้นฟูป่าชายเลนจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยดูแลสมดุลระหว่างผืนดินกับทะเล และสนับสนุนการฟื้นตัวของธรรมชาติในระยะยาว
นอกจากการปลูกป่าชายเลนแล้ว กลุ่มอมตะยังสนับสนุนการฟื้นฟูความหลากหลายของสัตว์น้ำ ด้วยการปล่อยพันธุ์ปลามากกว่า 9,300 ตัวลงสู่แหล่งน้ำในท้องถิ่น และจัดทำ “ซั้ง” หรือแหล่งอาศัยเทียมสำหรับสัตว์น้ำ เพื่อเป็นที่หลบภัยของสิ่งมีชีวิตในน้ำ แม้กิจกรรมเหล่านี้จะเป็นโครงการขนาดไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับโครงการอนุรักษ์ระดับประเทศ แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าการลงมือทำในระดับท้องถิ่นสามารถช่วยสร้างระบบนิเวศน้ำที่ดีขึ้น เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างความเข้าใจถึงความเชื่อมโยงระหว่างภาคอุตสาหกรรม ชุมชน และธรรมชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในขณะเดียวกัน อมตะยังมีการวางแผนเพื่อรับมือกับผลกระทบในพื้นที่ชายฝั่งของโครงการต่าง ๆ เช่น ฮาลอง ทางตอนเหนือของเวียดนาม และลองถั่น ทางตอนใต้ เพื่อเตรียมพร้อมต่อความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มาตรการสำคัญ ได้แก่ การยกระดับพื้นที่ให้สูงกว่าระดับน้ำทะเล และการติดตั้งคันกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมและน้ำเค็มรุกล้ำ ซึ่งช่วยปกป้องทั้งพื้นที่บนบกและระบบนิเวศทางทะเล
มาตรการเหล่านี้ช่วยลดความเสียหายจากสภาพอากาศรุนแรงและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ช่วยดูแลถิ่นอาศัย คุณภาพน้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมเสริมความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ดำเนินงานของอมตะทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม
วันมหาสมุทรโลก 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่ย้ำให้เห็นว่า การดูแลโลกสีน้ำเงินของเราต้องอาศัยความร่วมมือในทุกระดับ ตั้งแต่นโยบายและความร่วมมือในภาพใหญ่ ไปจนถึงการลงมือทำในพื้นที่จริง ไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำอย่างรับผิดชอบ การฟื้นฟูธรรมชาติ หรือการเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำหรับอมตะ สิ่งเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของการดำเนินงานที่มุ่งดูแลทรัพยากรควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างยั่งยืน
ร่วมสร้างอนาคตไปกับอมตะ
(+66) 38 939 007
(+84) 251 3991 007 (ใต้)
(+84) 203 3567 007 (เหนือ)
(+95) 1 230 5627
(+856) 21 810007
(+856) 20 5710007 (จีน)
(+856) 20 57550007 (อังกฤษ)
© AMATA CORPORATION PCL. All rights reserved. Web by Toneyes