อมตะ เดินหน้าสร้างสมดุลอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนป่าชุมชนและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

เนื่องในวันความหลากหลายทางชีวภาพโลก บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA ย้ำแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยมองว่า “ความหลากหลายทางชีวภาพ” ไม่ใช่เพียงข้อกำหนดทางเทคนิค แต่เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับคุณภาพชีวิตของชุมชนและระบบนิเวศ

อมตะดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “All Win” ที่มุ่งให้ภาคธุรกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเติบโตไปด้วยกัน โดยพื้นที่สีเขียวภายในนิคมอุตสาหกรรมไม่ได้มีคุณค่าเพียงในด้านทัศนียภาพ แต่ยังช่วยดูดซับคาร์บอน ปรับปรุงคุณภาพอากาศ และยกระดับความเป็นอยู่ของผู้คนในพื้นที่

S__14565387_0.jpg

อมตะให้ความสำคัญกับต้นไม้ แหล่งน้ำ และพื้นที่สีเขียว เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน แต่ยังเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับคนรุ่นต่อไป จึงผสานการบริหารจัดการกับความร่วมมือของชุมชน เพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรมให้เป็นพื้นที่ที่อุตสาหกรรมและธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล

แม้การดูแลต้นไม้และพื้นที่สีเขียวในเขตอุตสาหกรรมของไทยจะมีข้อจำกัด โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบไฟฟ้าบนดิน แต่เรายังคงจัดสรรพื้นที่เพิ่มเติมในโครงการใหม่เพื่อการปลูกต้นไม้และเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันทุกโครงการของอมตะมีพื้นที่สีเขียวมากกว่า 10% ของพื้นที่ทั้งหมด หรือรวมกว่า 4,600 ไร่

อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือการผลักดัน “เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ” ซึ่งขยายการดูแลสิ่งแวดล้อมไปสู่ชุมชนโดยรอบ ผ่านโครงการ “เปลี่ยนพื้นที่สาธารณะเป็นป่าชุมชน” ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างอมตะ โรงงานในพื้นที่ และประชาชน เพื่อฟื้นฟูพื้นที่รกร้างด้วยไม้ท้องถิ่นให้กลับมาเป็นป่าชุมชนที่มีชีวิตอีกครั้ง

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือโครงการ “Forest for Life” ในช่วงปี 2562-2568 ซึ่งอมตะร่วมกับบริษัท โตไค ริคะ (ไทยแลนด์) จำกัด ฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะขนาด 12 ไร่ ในอมตะซิตี้ ระยอง ด้วยการปลูกไม้ท้องถิ่นรวม 32,500 ต้น โดยเฉพาะในปี 2568 มีการปลูกเพิ่มอีก 3,500 ต้น ช่วยฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ให้พื้นที่ดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

64402312_2569337723099445_3114943508373307392_n.jpg

โครงการนี้ยังสะท้อนความร่วมมือของผู้บริหารโรงงาน พนักงาน ชุมชน และภาครัฐ ที่ร่วมกันปลูกต้นไม้ ไม่เพียงเพื่อฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม แต่ยังเพื่อสร้างจิตสำนึกร่วมด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับชุมชน

นอกจากการฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวแล้ว อมตะยังเดินหน้าฟื้นฟูระบบนิเวศทางน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีการปล่อยปลาแล้วกว่า 400,000 ตัว และกุ้งก้ามกราม 200,000 ตัว ลงสู่อ่างเก็บน้ำดอกกราย ทำให้ยอดรวมตั้งแต่เริ่มโครงการมีการปล่อยปลามากกว่า 3.7 ล้านตัว ขณะที่ในพื้นที่ชลบุรี มีการปล่อยปลา 9,300 ตัว และปลูกต้นโกงกาง 1,000 ต้น เพื่อช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของระบบนิเวศและสนับสนุนการฟื้นตัวของชนิดพันธุ์ท้องถิ่น

ในปี 2561 อมตะได้เริ่มโครงการชุมชนต้นแบบด้านการจัดการน้ำและของเสียอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพน้ำและส่งเสริมแนวปฏิบัติที่เหมาะสมในชุมชนรอบข้าง โดยร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการผลักดันการคัดแยกขยะและการจัดการน้ำเสียอย่างถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนในแหล่งน้ำท้องถิ่น

ผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2561 ในพื้นที่รอบอมตะซิตี้ ชลบุรี พบว่า ค่า Biochemical Oxygen Demand (BOD) เฉลี่ยในปี 2568 อยู่ที่ 5.2 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งดีกว่าทั้งเกณฑ์มาตรฐานระดับประเทศที่ 20 มิลลิกรัมต่อลิตร และเป้าหมายภายในของอมตะที่กำหนดไว้ที่ 10 มิลลิกรัมต่อลิตร สะท้อนถึงคุณภาพน้ำที่อยู่ในระดับที่ดี

ด้านการจัดการของเสีย อมตะบรรลุเป้าหมาย “zero waste to landfill” ได้ตั้งแต่ปี 2565 และยังคงรักษาผลสำเร็จนี้อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ชลบุรี ผ่านสถานีถ่ายโอนขยะภายในพื้นที่ที่ช่วยคัดแยกขยะรีไซเคิลให้ได้มากที่สุด ส่วนขยะที่เหลือจะถูกส่งไปผลิตเป็นพลังงาน

อีกหนึ่งตัวอย่างของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนคือโครงการ “Re-No-Waste” ที่ทำงานร่วมกับผู้ประกอบการในนิคม เพื่อนำวัสดุเหลือใช้ เช่น ขวดพลาสติกและเศษพลาสติก มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ กระเป๋านักเรียน หรือใช้ในโครงการถนนพลาสติก ช่วยใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและสร้างประโยชน์กลับคืนสู่ชุมชน

ในเชิงนโยบาย อมตะกำหนดแนวทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) และปฏิญญาริโอ (Rio Declaration) โดยยึดหลักหลีกเลี่ยงผลกระทบ ลดผลกระทบ ฟื้นฟู และชดเชยผลกระทบจากการพัฒนา พร้อมคัดกรองโครงการใหม่อย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงการกระทบพื้นที่คุ้มครอง รวมถึงมีการประเมินความเสี่ยงประจำปี การกำหนดพื้นที่กันชน และตั้งเป้าไม่ให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพสุทธิ

นอกจากนี้ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ยังเป็นกลไกสำคัญของอมตะ โดยครอบคลุมทั้งพื้นที่โครงการและพื้นที่โดยรอบในรัศมี 5 กิโลเมตร พร้อมรายงานผลตามกรอบ GRI 101: Biodiversity 2024 เพื่อติดตามความคืบหน้าในการหยุดยั้งและฟื้นฟูการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงการจัดการผลกระทบและปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ

การดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพจะเดินหน้าต่อไปผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและชุมชน โดยจะพัฒนาโครงการติดตามชนิดพันธุ์และสุขภาพของระบบนิเวศเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในระยะยาว

ความมุ่งมั่นของอมตะด้านความหลากหลายทางชีวภาพและป่าชุมชน สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นได้จริง เมื่อทุกภาคส่วนร่วมกันดูแลผืนดิน แหล่งน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนควบคู่ไปกับการเติบโตของธรรมชาติในระยะยาว

 

ร่วมสร้างอนาคตไปกับอมตะ

ส่งอีเมลล์ติดต่อมาที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
+66
Search
    Attach Your CV *
    Browse Files No file chosen

    Accept our Recruitment Privacy Policy Notice

    ร่วมสร้างอนาคต
    ไปกับอมตะ

    ร่วมสร้างอนาคต
    ไปกับอมตะ

    ติดต่อเราเพิ่มเติม

    ประเทศไทย

    (+66) 38 939 007

    เวียดนาม

    (+84) 251 3991 007 (ใต้)
    (+84) 203 3567 007 (เหนือ)

    พม่า

    (+95) 1 230 5627

    ลาว

    (+856) 21 810007
    (+856) 20 5710007 (จีน)
    (+856) 20 57550007 (อังกฤษ)