อมตะ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญของโลก ผ่านการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมภายในนิคมอุตสาหกรรม ครอบคลุมทั้งการใช้พลังงานสะอาด การบริหารจัดการน้ำแบบหมุนเวียน การนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ และการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ

ปรัชญา “ALL WIN” ของอมตะ สะท้อนความมุ่งมั่นในการเชื่อมโยงการเติบโตทางธุรกิจกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ทุกภาคส่วน โดยผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในปี 2568 สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แนวคิดดังกล่าวได้รับการนำไปปฏิบัติจริงและสามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม
อมตะ ตั้งเป้าพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมสู่การเป็น Carbon Neutral City ภายในปี 2583 ขณะเดียวกัน ยังตั้งเป้าลดความเข้มข้นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 20% ภายในปี 2573 โดยใช้ปี 2567 เป็นปีฐาน ทั้งนี้ ในประเทศไทยปริมาณการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในปี 2568 อยู่ที่ 4.91 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง และกลุ่มบริษัทยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการโซลาร์ลอยน้ำขนาด 42.5 เมกะวัตต์พีก ที่อมตะซิตี้ ชลบุรี เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านพลังงานสะอาดในอนาคต

Water reservoir, Amata City Chonburi
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่อมตะให้ความสำคัญคือการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักการ Zero Discharge อย่างเข้มงวด โดยบริษัทไม่มีการปล่อยน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดแล้วออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติภายนอก สำหรับผลการดำเนินงานในประเทศไทย ปี 2568 ปริมาณการใช้น้ำลดลง 9.78% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เหลือ 34.29 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่น้ำเสียที่ผ่านการบำบัด 100% ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ภายในนิคมฯ ทั้งหมด แบ่งเป็นการยกระดับเป็นน้ำรีเคลม 41% การสนับสนุนระบบหล่อเย็นของโรงไฟฟ้า 24% และการใช้ในงานภูมิทัศน์และสนามกอล์ฟ 35% ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าการประหยัดได้ถึง 111.48 ล้านบาทต่อปี

Waste transfer station, Amata City Chonburi
ในด้านการจัดการของเสียและการดูแลความหลากหลายทางชีวภาพ อมตะยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนแนวทางด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 อมตะซิตี้ ชลบุรี สามารถลดการนำขยะมูลฝอยไปกำจัดในหลุมฝังกลบลงเหลือ 0% ขณะที่ขยะมูลฝอยในประเทศไทยจำนวน 87.61% ถูกแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงขยะ (Refuse-Derived Fuel: RDF) เพื่อนำไปใช้ร่วมในการเผาไหม้ในโรงงานปูนซีเมนต์ ส่งผลให้รายได้จากกิจกรรมบริหารจัดการของเสียเพิ่มขึ้น 8% อยู่ที่ 109.26 ล้านบาท นอกจากนี้ ขวด PET ที่รวบรวมได้จากสถานประกอบการภายในนิคมฯ ยังถูกนำมาแปรรูปเป็นกระเป๋านักเรียนมากกว่า 3,000 ใบ เพื่อส่งมอบให้แก่นักเรียนในชุมชนโดยรอบ ขณะเดียวกัน พื้นที่สีเขียวในนิคมอุตสาหกรรมของอมตะยังมีสัดส่วนมากกว่า 10% ของพื้นที่ดำเนินงานทั้งหมด สะท้อนแนวทางการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ความก้าวหน้าดังกล่าวยังได้รับการยอมรับจากภายนอกอย่างต่อเนื่อง โดยอมตะได้รับการประเมินในระดับสูงสุด “AAA” จาก SET ESG Ratings 2025 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ทั้งยังสอดคล้องกับกรอบการประเมิน ESG ระดับสากลที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญ รวมถึงแนวทางของ FTSE Russell ที่ใช้ประเมินการบริหารจัดการประเด็นสำคัญ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ น้ำ มลพิษ ธรรมาภิบาล และประเด็นด้านความยั่งยืนอื่น ๆ เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 2569 ผลลัพธ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเกิดความน่าเชื่อถือได้อย่างแท้จริง เมื่อมีทั้งเป้าหมายที่ชัดเจน การลงทุนอย่างต่อเนื่อง และระบบการดำเนินงานที่สร้างคุณค่าร่วมให้กับทั้งภาคอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม
ร่วมสร้างอนาคตไปกับอมตะ
(+66) 38 939 007
(+84) 251 3991 007 (ใต้)
(+84) 203 3567 007 (เหนือ)
(+95) 1 230 5627
(+856) 21 810007
(+856) 20 5710007 (จีน)
(+856) 20 57550007 (อังกฤษ)
© AMATA CORPORATION PCL. All rights reserved. Web by Toneyes