การสร้างสังคมแห่งความปลอดภัย

ความเสี่ยง โอกาส
นิคมอุตสาหกรรมของบริษัทฯ มีพื้นที่เชื่อมต่อกับพื้นที่สาธารณะของชุมชนต่างๆ จึงมีคนสัญจรไปมาภายในพื้นที่จำนวนมาก นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มากมาย จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุและภาวะฉุกเฉินในรูปแบบต่างๆ ขึ้นได้ เช่น อุบัติเหตุทางจราจร อัคคีภัย สารเคมีรั่วไหลภายในโรงงาน เป็นต้น สร้างผลกระทบแก่ผู้มีส่วนได้เสีย เช่น พนักงานและผู้รับเหมาของบริษัทฯ ลูกค้า และชุมชนที่อยู่โดยรอบนิคมอุตสาหกรรมทั้งสองแห่งของบริษัทฯ ได้ การเกิดอุบัติเหตุ หรือภาวะฉุกเฉินในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสามารถนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สิน ให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียที่มีต่อบริษัทฯ การบริหารจัดการด้วยความมุ่งมั่นสู่การเป็นเมืองแห่งความปลอดภัย Safety City, Smart City ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าในการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง จากการมีแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ และพนักงานที่มีทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญ ตลอดจนระบบการตรวจสอบดูแลและมาตรการป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของชุมชนโดยรอบที่มีต่อความสามารถในการแก้ไขและป้องกันภัยต่างๆ ของบริษัทฯ รวมถึงการส่งต่อองค์ความรู้ให้แก่ชุมชนโดยรอบเพื่อสร้างสังคมแห่งความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกนิคมอุตสาหกรรม เพื่อลดผลกระทบทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทฯ มุ่งมั่นสร้างสังคมแห่งความปลอดภัยทั้งในพื้นที่รับผิดชอบและพื้นที่โดยรอบนิคมอุตสาหกรรม โดยให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การเตรียมความพร้อมทั้งในด้านอุปกรณ์และกำลังคนที่สามารถตอบโต้กับสถานการณ์ฉุกเฉินในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนการจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านความปลอดภัยแก่พนักงาน ลูกค้า ผู้รับเหมา รวมถึงชุมชนโดยรอบ ให้มีจิตสำนึกด้านความปลอดภัย มีความรู้ความเข้าใจ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมแห่งความปลอดภัยร่วมกัน ลดผลกระทบเชิงลบต่อผู้มีส่วนได้เสีย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับชุมชนที่อยู่โดยรอบนิคมอุตสาหกรรม

บริษัทฯ มี “นโยบายคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน” และแนวปฏิบัติมาตรฐานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ที่กำหนดให้พนักงาน ลูกค้า และผู้รับเหมาที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ของบริษัทฯ ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อกำหนด และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการความปลอดภัยในนิคมอุตสาหกรรมอย่างเคร่งครัด ได้แก่ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 รวมถึงมาตรฐานสากลที่ได้นำมาใช้ร่วมในการดูแลพื้นที่ เช่น ISO 14001:2015 เป็นต้น โดยมีการตรวจประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการทำงานและวิเคราะห์ประสิทธิผลของมาตรการควบคุมและการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเป็นประจำ

บริษัทฯ ยังได้นำหลักการ Zero Accident มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการความปลอดภัยในพื้นที่ทำงานที่เกี่ยวข้องกับพนักงานและผู้รับเหมาของบริษัทฯ และนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการความปลอดภัยภายในนิคมอุตสาหกรรมและพื้นที่โดยรอบ ภายใต้โครงการ “Safety City, Smart City” ที่เริ่มต้นในปี 2562 โดยใช้พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี เป็นพื้นที่นำร่องในโครงการ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการวางแผนบริหารจัดการความปลอดภัยในพื้นที่ของบริษัทฯ ให้เกิดประโยชน์ต่อไป

ศึกษารายละเอียดนโยบายได้ที่นี่

อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องของพนักงาน และการปลูกฝังวัฒนธรรมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยให้ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับผ่านนโยบายอาชีวอนามัยและความปลอดภัย โดยมีเป้าหมายเพื่อลดจำนวนการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงานให้เป็นศูนย์ (Zero LTIFR)

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว บริษัทฯ นำโดยคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมการทำงาน (คปอ.) ซึ่งมีตัวแทนพนักงานร่วมเป็นกรรมการ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และการส่งเสริมด้านสุขภาพให้แก่พนักงานของบริษัทฯ ดังนี้

1. การประเมินความเสี่ยงในการทำงาน
  • บริษัทฯ กำหนดให้มีการบ่งชี้อันตรายและประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันและควบคุมความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน โดยครอบคลุมทั้งกิจกรรมประจำ กิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ตลอดจนการปฏิบัติงานของพนักงาน คู่ค้า และผู้รับเหมาที่เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ของบริษัทฯ ทั้งในโครงการที่ดำเนินการแล้วและโครงการที่อยู่ไนระหว่างการพัฒนา
  • พนักงานระดับหัวหน้างานและพนักงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันบ่งชี้อันตราย ประเมินความเสี่ยง และกำหนดมาตรการควบคุมที่เหมาะสมสำหรับแต่ละกิจกรรมหรือกระบวนการ ภายใต้แนวปฏิบัติ หลักเกณฑ์ และแบบประเมินมาตรฐานของบริษัทฯ โดยยึดหลักลำดับชั้นของการควบคุมความเสี่ยง เพื่อขจัดอันตรายและลดความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ พร้อมทบทวนความเสี่ยงอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ กระบวนการดังกล่าวดำเนินการโดยบุคลากรที่ได้รับมอบหมายตามบทบาทหน้าที่และได้รับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การประเมินความเสี่ยงเป็นไปอย่างเหมาะสม สม่ำเสมอ และมีคุณภาพ โดยผลการประเมินจะถูกนำไปใช้ในการกำหนดและทบทวนมาตรการควบคุม ปรับปรุงขั้นตอนการปฏิบัติงาน แผนงาน การสื่อสาร และการฝึกอบรม ตลอดจนใช้ประกอบการติดตามตรวจสอบและพัฒนาระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของบริษัทฯ
2. การรายงานและการสอบสวนเหตุการณ์ผิดปกติหรืออุบัติเหตุ
  • บริษัทฯ กำหนดให้พนักงาน ผู้รับเหมา และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องที่ประสบเหตุหรือได้รับแจ้งต้องรายงานอันตรายจากการทำงาน สภาพการณ์ไม่ปลอดภัย อุบัติเหตุ และเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานต่อหัวหน้างาน เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย หรือผ่านช่องทางที่บริษัทฯ กำหนด เพื่อให้มีการตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขอย่างเหมาะสม โดยบริษัทฯ กำหนดมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งข้อมูลที่กระทำโดยสุจริตจากการตอบโต้หรือผลกระทบในทางลบ ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานเห็นว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือสุขภาพ สามารถหยุดงานหรือออกจากพื้นที่เสี่ยงและแจ้งผู้บังคับบัญชาหรือผู้รับผิดชอบในทันทีเพื่อประเมินสถานการณ์และควบคุมความเสี่ยงก่อนกลับเข้าปฏิบัติงาน โดยบริษัทฯ จะไม่ลงโทษหรือดำเนินการในทางลบต่อผู้ที่ใช้สิทธิดังกล่าวโดยสุจริต
  • นอกจากนี้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ผิดปกติ บริษัทฯ กำหนดให้มีการรายงานและสอบสวนเหตุการณ์โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับผู้ปฏิบัติงานและหัวหน้างาน เพื่อระบุอันตรายและประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์หาสาเหตุของเหตุการณ์ กำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันเพิ่มเติมตามลำดับชั้นของการควบคุมความเสี่ยง ตลอดจนนำผลการสอบสวนไปใช้ทบทวนและปรับปรุงมาตรการควบคุม ขั้นตอนการปฏิบัติงาน การสื่อสาร การฝึกอบรม และระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำในอนาคต
3. การส่งเสริมสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน

    บริษัทฯ จัดให้มีการดูแลด้านอาชีวอนามัยเพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพของพนักงานจากปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน โดยดำเนินการดังนี้

  • ตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานตามปัจจัยเสี่ยงแต่ละพื้นที่ เช่น คุณภาพอากาศ แสงสว่าง เสียง และแก้ไขปรับปรุงให้เป็นไปตามมาตรฐานและความจำเป็นในแต่ละงาน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ปฏิบัติงานทุกคนมีความสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เหมาะสมและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • สำรวจพื้นที่เสี่ยงภายในอาคารสำนักงานอาจก่อให้เเกิดอันตรายจากการทำงานหรืออัคคีภัย และดำเนินการปรับปรุงโดยการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
  • ตรวจสอบอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอย่างสม่ำเสมอ เช่น เครื่องดับเพลิงชนิดปราศจาก CFC ไฟฉายสำรองติดอยู่บริเวณทางออกฉุกเฉิน ป้ายเตือน (safety sign)
  • จัดให้มีการตรวจสุขภาพพนักงานตั้งแต่แรกเข้าและมีสวัสดิการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อเฝ้าระวังสุขภาพและสนับสนุนการดูแลสุขภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง
  • จัดให้มีพยาบาลประจำบริษัทฯ เพื่อให้คำปรึกษาด้านสุขภาพแก่พนักงาน ครอบคลุมพนักงานร้อยละ 100
  • นอกจากนี้ บริษัทฯ ส่งเสริมสุขภาพของพนักงานในมิติที่กว้างกว่าความเสี่ยงจากการทำงาน โดยสนับสนุนการเข้าถึงบริการและกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาวะทั้งทางกายและทางใจอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

  • สนับสนุนค่ารักษาพยาบาลและช่วยเหลือค่าตัดแว่นสายตาแก่พนักงาน
  • จัดให้มีการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี 4 สายพันธุ์ แก่ผู้บริหารและพนักงาน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและลดอัตราการเจ็บป่วยที่อาจจะเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนอีกด้วย
  • ส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสุขภาพของพนักงานทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพใจ โดยจัดตั้งชมรมเพื่อสุขภาพ และชมรมกีฬาตามความสนใจของพนักงานประกอบด้วย ชมรมฝึกสมาธิ และชมรมกีฬาประเภทต่าง ๆ เช่น โยคะ วิ่ง แบดมินตัน ฟุตบอล เต้นแอโรบิค เป็นต้น
  • จัดสวัสดิการสนับสนุนการเข้าถึงบริการศูนย์ฟิตเนส ทั้งที่เป็นคู่สัญญาและไม่เป็นคู่สัญญาของบริษัทฯ เพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของพนักงาน
4. การอบรมพนักงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้จัดให้มีการอบรมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยแก่พนักงานและผู้รับเหมาที่เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทุกพื้นที่ปฏิบัติการของบริษัทฯ เนื้อหาประกอบด้วยความรู้ทั่วไปด้านความปลอดภัยและการอบรมที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงเฉพาะตามลักษณะงานหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน อาทิ หลักสูตรความปลอดภัยในการทำงานสำหรับลูกจ้างเข้างานใหม่ หลักสูตรดับเพลิงเบื้องต้น และการฝึกซ้อมอพยพหนีไฟประจำปี เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนมีความพร้อมในการรับมือกับเหตุฉุกเฉิน มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการระงับอัคคีภัยเบื้องต้น และสามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการบันทึกและประเมินผลการฝึกซ้อม โดยในปี 2568 การฝึกซ้อมใช้เวลาอพยพเฉลี่ยน้อยกว่า 5 นาที และได้นำผลการประเมินดังกล่าวมาใช้ทบทวนประสิทธิภาพการสื่อสาร ความพร้อมของผู้ปฏิบัติงาน และแนวทางปรับปรุงการฝึกอบรมและการเตรียมความพร้อมต่อไป

ผลการดำเนินงานในปี 2568 ไม่มีพนักงานของบริษัทฯ ได้รับบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน และอัตราการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) ของพนักงานเท่ากับ 0 กรณี ต่อ 1 ล้านชั่วโมงการทำงาน รวมถึงไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากการทำงานถึงขั้นเสียชีวิต

ความปลอดภัยในการทำงานของผู้รับเหมา

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดผลกระทบด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานของคู่ค้าและผู้รับเหมา รวมถึงผู้รับเหมาช่วง ทั้งผู้รับเหมาของบริษัทฯ และผู้รับเหมาของลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมที่เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ดำเนินงานของบริษัทฯ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของผู้รับเหมาครอบคลุมการปฏิบัติงานก่อสร้าง งานซ่อมบำรุง งานจัดการของเสีย งานเคลื่อนย้ายวัสดุ อัคคีภัย และเหตุการณ์ผิดปกติที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ปฏิบัติงานและผู้มีส่วนได้เสียอื่นในพื้นที่ บริษัทฯ จึงกำหนดให้มีการสื่อสารนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการเข้าทำงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะทั้งสองแห่งผ่านการประชุมชี้แจงก่อนเริ่มงาน พร้อมกำชับให้ผู้รับเหมาปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและกฎหมายด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ สำหรับผู้รับเหมาของบริษัทฯ พนักงานเจ้าของโครงการมีหน้าที่ควบคุมติดตามการปฏิบัติงาน และในกรณีเกิดการบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นหยุดงาน ผู้รับเหมาจะต้องรายงานให้บริษัทฯ รับทราบโดยทันที

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้มีการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการทำงานของคู่ค้าและผู้รับเหมา ครอบคลุมการปฏิบัติงานที่ได้มาตรฐานและการดูแลพนักงานของคู่ค้าและผู้รับเหมาในด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย บริษัทฯ ได้จัดการอบรมและฝึกซ้อมด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้รับเหมาของบริษัทฯ อาทิ การอบรมหลักสูตรความปลอดภัยและความเสี่ยงในการทำงาน การฝึกซ้อมเก็บกู้การหกรั่วไหลของขยะมูลฝอยสำหรับพนักงานเคลื่อนย้ายและคัดแยกขยะประจำโรงคัดแยกขยะ รวมถึงการอบรมดับเพลิงขั้นต้นและการอพยพหนีไฟให้แก่พนักงานของผู้รับเหมาที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ของบริษัทฯ ควบคู่กับการจัดการประชุมผู้รับเหมาเป็นประจำเพื่อกำกับติดตามการดำเนินงานและสื่อสารนโยบาย โดยเน้นย้ำความสำคัญด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

อีกทั้ง บริษัทฯ ได้ติดตามและตรวจสอบความคืบหน้าการก่อสร้างโรงงานภายในนิคมอุตสาหกรรมที่ดำเนินงานโดยผู้รับเหมาของบริษัทฯ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าการก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐานงานก่อสร้าง มาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำงาน ตลอดจนสอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และนโยบายของบริษัทฯ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการร่วมกับคู่ค้าและผู้รับเหมาเพื่อยกระดับระบบบริการหลังการขายและการบริหารจัดการงานซ่อมแซมโรงงานให้เช่า เพื่อส่งเสริมคู่ค้าและผู้รับเหมาให้ดำเนินงานอย่างปลอดภัย มีคุณภาพ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงป้องกันและบรรเทาผลกระทบด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

จากการดำเนินงานพบว่าในปี 2568 ไม่มีพนักงานของผู้รับเหมาของบริษัทฯ เกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยจากการทำงานถึงขั้นหยุดงานหรือเสียชีวิต และอัตราการเกิดอุบัติเหตุขั้นหยุดงาน (LTIFR) ของพนักงานของผู้รับเหมาที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ของบริษัทฯ เท่ากับ 0 กรณีต่อ 1 ล้านชั่วโมงการทำงาน

การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของลูกค้าผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ทั้งด้านการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ส่วนกลาง และการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากบริษัทฯ ได้จัดตั้งสถานีดับเพลิงตามข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่าด้วยมาตรฐานระบบสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการ สำหรับนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ พ.ศ. 2557 แล้ว บริษัทฯ ได้จัดตั้งศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (Emergency Response Center) ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี จำนวน 2 แห่ง และ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง จำนวน 1 แห่ง ดำเนินการโดยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการดับเพลิงและบรรเทาสาธารณภัยที่ผ่านการอบรมตามกฎหมาย โดยลูกค้าสามารถติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์สายตรงของศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉินที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง ตลอด 24 ชั่วโมง

บริษัทฯ เล็งเห็นถึงความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะฉุกเฉินต่าง ๆ เช่น เพลิงไหม้ และสารเคมีรั่วไหล ภายในโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการของบริษัทฯ ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้จัดตั้งโรงเรียนสอนการดับเพลิงสำหรับอุตสาหกรรมขึ้น โดยให้บริการฝึกอบรมทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ ในเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน ตลอดจนการป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการ ให้แก่โรงงานที่อยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง เพื่อส่งเสริมให้นิคมอุตสาหกรรมทั้งสองแห่งเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัย มีอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และพนักงานที่ทำงานในสถานประกอบการสามารถปฏิบัติตนได้ถูกต้องในกรณีที่เกิดอัคคีภัยขึ้นในสถานประกอบการได้

ในปี 2568 บริษัทฯ เข้าระงับเหตุอัคคีภัยให้กับลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมทั้งสองแห่งไปทั้งสิ้น 10 ครั้ง โดยทุกกรณีได้รับการตอบสนองจากศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉินอย่างทันท่วงที ภายในระยะเวลาที่กำหนด 8 นาที และไม่พบเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อชุมชนโดยรอบหรือพื้นที่ส่วนกลางของนิคมอุตสาหกรรม โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ติดตามสาเหตุของเหตุการณ์ร่วมกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้คำแนะนำในการปรับปรุงมาตรการป้องกันและระงับเหตุ เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดเหตุซ้ำ และบริษัทฯ ได้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะ ดังนี้

  • บริษัทฯ จัดการอบรมหลักสูตรดับเพลิงขั้นต้น ฝึกซ้อมดับเพลิง ฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ และหลักสูตรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัย ให้กับโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมทั้งสองแห่ง ทั้งในรูปแบบการอบรมปกติ และรูปแบบออนไลน์ รวมทั้งหมด 948 รุ่น มีพนักงานโรงงานที่ผ่านการอบรมทั้งสิ้น จำนวน 145,881 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.8 เมื่อเทียบกับผู้ผ่านการอบรมในปี 2567
  • บริษัทฯ ร่วมกับสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง จัดซ้อมแผนควบคุมภาวะฉุกเฉิน (สารเคมีรั่วไหล แก๊สรั่วไหล และเพลิงไหม้) รูปแบบการซ้อมในพื้นที่จริงและแบบออนไลน์ ประจำปี 2568 จำนวน 2 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมการฝึกซ้อมจำนวน 160 คน จาก 13 บริษัท เพื่อฝึกซ้อมความพร้อมของหน่วยงานในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สร้างความชำนาญในการปฏิบัติงาน การสื่อสาร การใช้อุปกรณ์ และอื่นๆ ในการควบคุมระงับเหตุได้อย่างทันท่วงทีให้แก่ผู้ประกอบการ และประชาชนในชุมชนใกล้เคียง
  • บริษัทฯ ร่วมกับ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.ชลบุรี และ ศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต 11 จัดสัมมนาเรื่อง “การปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชํานาญการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2567” เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 ให้แก่ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี จำนวน 78 บริษัท รวมผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 78 คน เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ทักษะ และคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย เพื่อขอรับใบอนุญาตเป็น “ผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน” และสามารถปฏิบัติหน้าที่ในการประเมินอันตรายและวางแผนความปลอดภัยในองค์กรได้อย่างถูกต้องตามข้อบังคับ
  • บริษัทฯ ร่วมกับ การนิคมแห่งประเทศไทย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ชลบุรี และ ภาควิชาภูมิสารสนเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จัดสัมมนาเรื่อง“การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินกรณีแผ่นดินไหวอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับสถานประกอบการ” ให้กับผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมของสถานประกอบการในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินกรณีแผ่นดินไหว ลดความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สิน และการดำเนินธุรกิจ มีผู้เข้าร่วมการสัมมนาจำนวน 146 บริษัท รวมผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 162 คน

ความปลอดภัยทางท้องถนนภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ

นิคมอุตสาหกรรมอมตะทั้งสองแห่ง มีโรงงานและผู้เช่ากว่า 1,386 ราย มีพนักงานที่ทำงานภายในพื้นที่ประมาณ 310,000 คน และมีผู้อยู่อาศัยในชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมกว่า 1,108,788 คน (ที่มา : ข้อมูลพื้นฐานเพื่อการวางแผนพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง และ เว็บไซต์ เทศบาล/อบต.) จากการสำรวจผลกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจพบว่า ปัญหาการจราจรและความปลอดภัยทางถนนเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้มีส่วนได้เสียหลักทุกกลุ่มให้ความสำคัญ เนื่องจากลักษณะพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมอมตะมีถนนสาธารณะหลายสายที่ตัดผ่านพื้นที่หรือเชื่อมต่อกับถนนของนิคมอุตสาหกรรมอมตะ แม้ว่าจะเป็นจุดเชื่อมต่อที่ส่งเสริมการสัญจรที่สะดวกสบายสำหรับผู้มีส่วนได้เสียทั้งที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะและผู้ที่อยู่อาศัยในชุมชนโดยรอบก็ตาม แต่ปริมาณรถจำนวนมากทำให้ทั้งลูกค้าที่เป็นโรงงานผู้ประกอบการ พนักงานที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรม และคนในชุมชนที่สัญจรผ่านได้รับผลกระทบทางลบโดยตรงจากการจราจรที่หนาแน่นและมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้มากขึ้น

ผลการสำรวจข้อมูลการใช้รถใช้ถนนภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะทั้งสองแห่งในปี 2568 พบว่า นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี มียานพาหนะที่ใช้เส้นทางสัญจรภายในพื้นที่กว่า 238,252 คันต่อวัน จำแนกเป็นรถโดยสารรับ-ส่งพนักงาน จำนวน 37,042 คัน รถยนต์โดยสารส่วนบุคคลจำนวน 112,160 คัน และรถจักรยานยนต์จำนวน 89,050 คัน ส่วนนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง มียานพาหนะที่ใช้เส้นทางสัญจรเข้า-ออกภายในพื้นที่กว่า 103,575 คันต่อวัน จำแนกเป็นรถโดยสารรับ-ส่งพนักงาน จำนวน 2,160 คัน รถยนต์โดยสารส่วนบุคคลจำนวน 40,684 คัน และรถจักรยานยนต์จำนวน 60,731 คัน ส่งผลให้เกิดสภาพการจราจรหนาแน่นในช่วงเวลาเร่งด่วนในนิคมอุตสาหกรรมและถนนสาธารณะของชุมชนในพื้นที่ต่อเนื่อง

บริษัทฯ จึงตั้งเป้าหมายในการดำเนินการเพื่อความปลอดภัยทางถนน เพื่อลดอุบัติเหตุทุกประเภทที่เกิดขึ้นภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ โดยมุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมแห่งความปลอดภัยเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) เป้าหมายที่ 3 เป้าประสงค์ที่ 3.6 ที่มีเป้าหมายในการลดจำนวนการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรบนท้องถนนลงครึ่งหนึ่ง ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้าง “Safety City, Smart City” อย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการจราจรและความปลอดภัยของคนในชุมชนที่ใช้ถนนของนิคมอุตสาหกรรมอมตะและถนนสาธารณะในพื้นที่ต่อเนื่องร่วมกัน

Safety City, Smart City

บริษัทฯ ใช้กลยุทธ์เน้นสร้างความร่วมมือทั้งในและนอกองค์กร และแนวทางการขับเคลื่อนงานความปลอดภัยตามทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน มุ่งเน้นการบริหารจัดการจราจรอย่างเข้มงวดและได้จัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาจราจรของทั้งสองนิคมอุตสาหกรรม ประกอบไปด้วยผู้แทนหน่วยราชการทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น และตัวแทนผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม จำนวนกว่า 20 หน่วยงาน เพื่อร่วมกันระดมความคิดเห็น และร่วมกันจัดทำแผนบริหารจัดการการจราจรเพื่อแก้ปัญหาการจราจรที่หนาแน่นในชั่วโมงเร่งด่วนและสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน ทั้งภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะและพื้นที่ต่อเนื่อง ด้วยหลัก ‘6E Concept’ ภายใต้โครงการ Safety City, Smart City

บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายในการดำเนินการเพื่อความปลอดภัยทางถนน เพื่อลดอุบัติเหตุทุกประเภทที่เกิดขึ้นภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะและผู้เสียชีวิตลงร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับปี 2567

Engineering

บริษัทฯ ได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างและพื้นผิวถนนภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะอย่างต่อเนื่องและทันท่วงที รวมถึงจัดให้มีช่องทาง Line Official: @AmataCity และ @AmataCityRayong ในการเช็คอิน และแจ้งข้อมูลจุดที่สภาพพื้นผิวการจราจรเกิดความเสียหาย และเข้าซ่อมแซมอย่างทันที เพื่อลดจุดเสี่ยงและลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน

บริษัทฯ ยังได้มีการจัดเก็บสถิติการเกิดอุบัติเหตุย้อนหลัง 5 ปี เพื่อประเมินจุดเสี่ยงทางด้านกายภาพ และนำมาออกแบบวิธีการปรับปรุงโครงสร้างถนน รูปแบบการจราจร และรูปแบบเส้นทาง โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้นำข้อมูลจากการวิเคราะห์มาออกแบบวิธีการแก้ไข โดยการปรับรูปแบบเส้นทางจราจรและติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันอันตรายเพิ่มเติมในพื้นที่เสี่ยงบางจุด ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี อาทิ

  • ติดตั้งแผ่นราวกั้นอันตราย (guard rail) บริเวณจุดเสี่ยงในพื้นที่นิคมฯ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจากการเกิดอุบัติเหตุ
  • ปรับปรุงโครงสร้างและผิวถนนที่ชำรุด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกในการสัญจรภายในพื้นที่นิคมฯ
  • ติดตั้งแผงกั้นถนน (barrier) บริเวณวงเวียนบริษัท สยาม สแตรี่ เซอร์วิสส์ จำกัด ถึงช่วงวงเวียนเฟส 7 เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการสัญจร

ส่วนที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง ดำเนินกิจกรรมเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และสร้างความปลอดภัยในพื้นที่นิคมฯ โดยการปรับปรุงโครงสร้างถนน รูปแบบการจราจร และติดตั้งสัญลักษณ์ความปลอดภัยเพิ่มเติม อาทิ

  • ติดตั้งเนินชะลอความเร็วเพิ่มเติมในพื้นที่เสี่ยง เพื่อชะลอความเร็วของยานพาหนะและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
  • ติดตั้งสัญลักษณ์จราจรด้านความปลอดภัย เพื่อกำหนดพื้นที่ห้ามจอดตลอดแนว และจัดระเบียบการจราจรในจุดเสี่ยง
  • ปรับปรุงโครงสร้างและผิวถนนที่ชำรุด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกในการสัญจรภายในพื้นที่นิคม
  • ติดตั้งไฟส่องสว่างแบบใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มเติมในพื้นที่เสี่ยง บริเวณซอย 5 เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยในการสัญจรในเวลากลางคืน
  • ขยายแนวโค้งถนนบริเวณจุดตัดในพื้นที่เสี่ยงบริเวณแยกเขามะพูด เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยและลดจุดอับสายตา
Education

ความรู้ความเข้าใจในความปลอดภัยทางท้องถนนนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ และลดความรุนแรงของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากเกิดอุบัติเหตุต่อผู้ใช้รถใช้ถนน บริษัทฯ ได้มีการดำเนินงานทั้งในด้านการรณรงค์สร้างความตระหนักในการปฏิบัติตามกฎหมายจราจร การสวมหมวกนิรภัย การคาดเข็มขัดนิรภัย การขับขี่ตามกฎหมายจราจร และมีน้ำใจบนท้องถนน โดยดำเนินการเชิงรุก ในการสร้างความตระหนักในด้านความปลอดภัยทางท้องถนนทั้งในนิคมอุตสาหกรรมและในชุมชนและโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียง

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้จัด “โครงการขับขี่ปลอดภัย อมตะสวมหมวก 100%” ณ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ชลบุรี ภายในเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนนและปลูกฝังพฤติกรรมการขับขี่อย่างปลอดภัยภายในพื้นที่นิคมฯ มุ่งลดการบาดเจ็บและความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะการบาดเจ็บที่ศีรษะซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มอบหมวกนิรภัยจำนวน 600 ใบ ให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้ประกอบการ ผู้นำชุมชน ผู้รับเหมา พนักงานของอมตะ และกลุ่มนักเรียน เพื่อสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยตั้งแต่วัยเยาว์ นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “ร่วมมือร่วมใจ ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย 100%” เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกและส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนนร่วมกัน

Encouragement

บริษัทฯ ได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะทั้งสองแห่ง และภาคีที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนงานท้องถิ่น โรงพยาบาล อาสากู้ภัย ชมรม ที่อยู่โดยรอบนิคมอุตสาหกรรม มีส่วนร่วมและเป็นพันธมิตรในการบริหารจัดการความปลอดภัยทางท้องถนนและพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้จัดประชุมเครือข่ายงานป้องกันและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน งานด้านความปลอดภัยทางท้องถนนและพื้นที่โดยรอบนิคมอุตสาหกรรม เพื่อแสดงความคิดเห็นในการพัฒนาร่วมกันเป็นประจำทุกปี รวมทั้งมีเครือข่ายจากผู้ประกอบการโรงงานในนิคมฯ ทั้งสองแห่ง อาทิ สมาคมนักทรัพยากรมนุษย์ของอมตะซิตี้ ชลบุรี ชมรมความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมของอมตะซิตี้ ระยอง ชมรมผู้บริหารและจัดการอมตะซิตี้ ระยอง ร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนให้ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นในการแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการความปลอดภัยในพื้นที่นิคมฯ อย่างมีส่วนร่วม

Enforcement

บริษัทฯ ได้มีการใช้แนวทางบริหารจัดการเชิงรุกด้วยการสร้างภาคีเครือข่ายกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อบังคับใช้กฎหมาย และระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการร่วมมือกับผู้นำชุมชน และหน่วยงานท้องถิ่น ในการใช้มาตรการทางสังคมเพื่อควบคุมและป้องกันอุบัติเหตุทางท้องถนน และความร่วมมือกับเครื่องข่ายโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ เพื่อสร้างมาตรฐานขององค์กรให้พนักงานในโรงงานปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน

บริษัทฯ ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาจราจร (คจร.) ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ตำรวจจราจร ผู้นำท้องถิ่น และผู้แทนจากโรงงาน เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการการใช้รถใช้ถนนภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะ กำหนดแผนการดำเนินงาน และรับฟังความคิดเห็นอย่างมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง โดยในปี 2568 คณะกรรมการแก้ไขปัญหาจราจร (คจร.) ไม่ได้มีการจัดประชุมของทั้ง 2 แห่ง แต่มีการกำหนดแผนงาน ดำเนินการตามแผน และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการให้สิทธิเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตั้งด่านตรวจในเขตพื้นที่นิคมฯ เพื่อกวดขันวินัยจราจรและการปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมทั้งจัดทำหนังสือขอความร่วมมือปฏิบัติตามวินัยจราจร ประชาสัมพันธ์แก่ผู้ประกอบการ ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง และประกาศเขตควบคุมวินัยจราจร โดยการ จับ ปรับ ยึด และยกยานพาหนะ

Emergency Management System (EMS)

การเข้าระงับเหตุ และการตอบสนองต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยควบคุมและลดความเสี่ยหายที่เกิดขึ้นหากเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน บริษัทฯ จึงจัดให้มีศูนย์ควบคุมกลาง (Command Center) และการติดตั้งกล้อง CCTV จำนวน 96 จุด 147 ตัว ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และ 60 จุด 139 ตัว ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง เพื่อเฝ้าระวังเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการบริหารจัดการและยกระดับความปลอดภัยด้านการจราจร โดยติดตั้งกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ (AI CCTV) เพื่อใช้ในการตรวจนับปริมาณการจราจรและนำข้อมูลมาประกอบการวางแผนบริหารจัดการจราจรให้มีความเหมาะสม รวมถึงการนำระบบตรวจจับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัยมาใช้ เพื่อเฝ้าระวังและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางถนนภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง

Evaluation

การบริหารจัดการข้อมูล และการวิเคราะห์สถิติการเกิดอุบัติเหตุตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ช่วยให้บริษัทฯ สามารถวางแผนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ จึงจัดให้มีการอบรมการจัดการข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่อจัดเก็บข้อมูลอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ และออกแบบวิธีการแก้ไขปรับปรุงอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนการนำระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System : GIS) มาใช้ในการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคต เพื่อประสิทธิภาพการดำเนินการ และเพื่อเป้าหมายการเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่ปลอดภัย มีอุบัติเหตุเป็นศูนย์

จากผลการดำเนินงานตามหลัก 6E Concept ในโครงการ Safety City, Smart City พบว่าในปี 2568 มีจำนวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดในนิคมอุตสาหกรรมอมตะทั้งสองแห่งจำนวน 1,168 ครั้ง มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 671 ราย และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 9 ราย จากข้อมูลพบว่า จำนวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นและผู้เสียชีวิตมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 17.2 และ ร้อยละ 12.5 ตามลำดับ ทั้งนี้จำนวนอุบัติเหตุที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะการขับขี่ด้วยความเร็วเกินกำหนด ความประมาทในการขับขี่ การขับขี่ตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด รวมถึงการขับขี่ในขณะมึนเมา ประกอบกับการก่อสร้างถนนและระบบสาธารณูปโภคสาธารณะในพื้นที่ใกล้เคียงกับนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ส่งผลให้ผู้ใช้ถนนบางส่วนเปลี่ยนมาสัญจรผ่านพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณการจราจรภายในนิคมมีความหนาแน่นมากขึ้น และก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้จำนวนอุบัติเหตุเพิ่มสูงขึ้น

ความปลอดภัยรอบนิคมอุตสาหกรรมอมตะ

จากการเจริญเติบโตของนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ทำให้ชุมชนโดยรอบขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีผู้อยู่อาศัยหนาแน่นจากการย้ายถิ่นฐานเข้ามาทำงานในนิคมฯ ทำให้เกิดความเสี่ยงด้านอัคคีภัย บริษัทฯ จึงได้เตรียมความพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ให้พร้อมอยู่เสมอเพื่อช่วยเหลือชุมชน ตลอดจนได้ให้ความรู้ด้านการดับเพลิงเบื้องต้นให้แก่โรงเรียนและชุมชน ในปี 2568 ศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (Emergency Response Center) ของบริษัทฯ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญในการดับเพลิงและบรรเทาสาธารณภัยที่ผ่านการอบรมตามกฎหมาย ได้เข้าช่วยระงับเหตุอัคคีภัยให้กับชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมไปทั้งสิ้น 24 ครั้ง แบ่งเป็นการระงับเหตุอัคคีภัยในชุมชนที่อยู่ในพื้นที่รอบนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี จำนวน 7 ครั้ง จำแนกเป็นเหตุไฟไหม้พื้นที่ชุมชนและโรงงานภายนอก จำนวน 1 ครั้ง เหตุไฟหญ้าและพื้นที่รกร้าง จำนวน 6 ครั้ง และรอบนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง จำนวน 17 ครั้ง จำแนกเป็นเหตุไฟไหม้พื้นที่ชุมชนและโรงงานภายนอก จำนวน 6 ครั้ง เหตุไฟหญ้าและพื้นที่รกร้างภายนอก จำนวน 11 ครั้ง โดยบริษัทฯ เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการระงับเหตุอัคคีภัยทั้งหมดรวมทั้งสิ้น 192,000 บาท

ร่วมสร้างอนาคตไปกับอมตะ

ส่งอีเมลล์ติดต่อมาที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
+66
Search
    Attach Your CV *
    Browse Files No file chosen

    Accept our Recruitment Privacy Policy Notice

    ร่วมสร้างอนาคต
    ไปกับอมตะ

    ร่วมสร้างอนาคต
    ไปกับอมตะ

    ติดต่อเราเพิ่มเติม

    ประเทศไทย
    +66 38 939 007
    เวียดนาม

    +84 251 3991 007 (ใต้)
    +84 203 3567 007 (เหนือ)

    พม่า

    +95 1 230 5627

    ลาว

    (+856) 21 810007
    (+856) 20 5710007 (ภาษาจีน)
    (+856) 20 57550007 (ภาษาอังกฤษ)