ALL SAFE, ALL WIN อมตะรวมพลังฝ่าวิกฤต COVID-19

นับตั้งแต่ปี 2563 ที่การระบาดของโรค COVID-19 กลายเป็นการระบาดใหญ่ระดับโลก (Pandemic) ที่สร้างผลกระทบรุนแรงและกว้างขวางต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดความท้าทายอย่างมากในการบริหารจัดการเพื่อรับมือกับการระบาดในครั้งนี้ ทั้งในด้านการสาธารณสุขเพื่อควบคุมการระบาดของโรค การจัดการของเสียและขยะจากอุปกรณ์ป้องกันโรคต่าง ๆ รวมถึงความท้าทายในภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและของประเทศ

จากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้บริษัทฯ ได้มองเห็นว่าพันธสัญญาของบริษัทฯ ที่จะมุ่งสร้างเมืองสมบูรณ์แบบที่จะสร้างประโยชน์ให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มแบบ “ALL WIN” นั้นมีความสำคัญกว่าทุกครั้ง เนื่องจากการพัฒนาธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมทั้งสองแห่งในประเทศไทย เกี่ยวข้องกับผู้คนเป็นจำนวนมาก และเป็นฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญในการร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการในภาวะวิกฤตในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกคนมีความปลอดภัย และสามารถผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน

ความเสี่ยง

หากบริษัทฯ ไม่มีความพร้อมในการรับมือหรือป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในพื้นที่ จะเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่ระบาดในวงกว้างทั้งในสำนักงานของบริษัทฯ และโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม เนื่องจากมีผู้คนทำงานและอยู่อาศัยอย่างหนาแน่นโดยรอบนิคมอุตสาหกรรม  ส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจทั้งของบริษัทฯและลูกค้าที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรม ที่อาจจะต้องหยุดดำเนินการชั่วคราวเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด

โอกาส

เป็นโอกาสของบริษัทฯ ในการแสดงศักยภาพของบริษัทฯและพันธมิตรทางธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจด้านโรงพยาบาล เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว และบริหารจัดการภาวะวิกฤตเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อย่างมีประสิทธิภาพ และมีมนุษยธรรม ซึ่งจะทำให้โรงงานทั้งหมดภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะทั้งสองแห่งสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งเป็นสร้างความเชื่อมั่นต่อบริษัทฯ  และส่งเสริมให้บริษัทฯ ได้รับการยอมรับจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

โครงสร้างการบริหารจัดการในภาวะวิกฤต COVID-19

การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 เป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risk) ของบริษัทฯ

ในการกำหนดมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดโครงสร้างการบริหารจัดการภาวะวิกฤตทั้งในระดับคณะกรรมการบริษัท ระดับผู้บริหาร และระดับปฏิบัติการ โดยแต่งตั้งคณะทำงานการบริหารจัดการในภาวะวิกฤต: COVID-19 (Crisis Management Team: COVID-19) ขึ้นเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้านโรคระบาดอุบัติใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญ รวมถึงการกำหนดมาตรการระยะสั้นและระยะยาวต่าง ๆ เพื่อป้องกัน ดูแล และบรรเทาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น และทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสำนักงานสาธารณสุขประจำจังหวัด เป็นต้น

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทฯ มีแนวทางบริหารจัดการในภาวะวิกฤต ประกอบด้วย 1) การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผู้มีส่วนได้เสีย 2) การบริหารจัดการเพื่อบรรเทาและป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น 3) การติดตามผลการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง 4) การรายงานผลการดำเนินการต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ 5) การสื่อสารต่อผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทฯ ได้มีการวิเคราะห์และกำหนดกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญในช่วงวิกฤต COVID-19 ร่วมกับผู้บริหาร และพนักงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ ของบริษัทฯ จากนั้นทำการระบุประเด็นความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นโดยเทียบเคียงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริงในองค์กรภายนอก ข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ หรือบทวิเคราะห์จากสถาบันที่น่าเชื่อถือ จากนั้นนำมาวิเคราะห์ความเกี่ยวข้องต่อบริษัทฯ และกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการดูแลผู้มีส่วนได้เสียต่อไป โดยผู้มีส่วนได้เสียสำคัญในช่วงวิกฤต COVID-19 มี 4 กลุ่ม ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า ชุมชน และคู่ค้าและผู้รับเหมา

1. การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียและการดำเนินการตอบสนอง

2. การติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ ได้กำหนดให้ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจระหว่างการเกิดโรคระบาดอุบัติใหม่ เป็นหนึ่งในความเสี่ยงองค์กรที่ต้องมีการบริหารจัดการและติดตามอย่างใกล้ชิด โดยมีการกำหนดตัวชี้วัดความเสี่ยง (Key Risk Indicator; KRI) ครอบคลุมความเสี่ยงที่ที่อาจจะเกิดขึ้นต่อผู้มีส่วนได้เสียสำคัญทั้ง 4 กลุ่ม โดยคณะทำงานการบริหารจัดการในภาวะวิกฤต: COVID-19 (Crisis Management Team: COVID-19) ได้ติดตามข้อมูลการแพร่ระบาดในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั้งสองแห่ง ผ่านสมาคมนักทรัพยากรมนุษย์ อมตะซิตี้ ชลบุรี (HR Association Of AMATA City Chonburi : HRA) และชมรมผู้บริหารและจัดการอมตะซิตี้ ระยอง (AMATA City Rayong Management Group; ACMG) ร่วมกับสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และระยอง ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลอีกทางหนึ่ง โดยในปี 2564 มีจำนวนพนักงานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะทั้งสองแห่งที่ติดเชื้อประมาณ 6,000 คน แต่ไม่มีโรงงานที่ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราวเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดภายในโรงงาน

3. การรายงานผล

บริษัทฯ ได้ดำเนินการรายงานผลการดำเนินการระหว่างการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 เป็นไปตามมาตรการและข้อกำหนดของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดให้คณะทำงานฝ่ายบุคล (Personnel Team) เป็นผู้รวบรวมสถิติการติดเชื้อของพนักงานของบริษัทฯ และพนักงานของผู้รับเหมา พร้อมทั้งจัดทำ Timeline ของผู้ติดเชื้อดังกล่าว และจัดส่งให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่โครงการภายใน 24 ชั่วโมงหลังพบผู้ติดเชื้อ โดยในปี 2564 บริษัทฯ พบพนักงานที่ติดเชื้อโรค COVID-19 จำนวนทั้งสิ้น 8 คน และไม่พบพนักงานของคู่ค้าและผู้รับเหมาที่ติดเชื้อ และบริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดส่งข้อมูลและ Timeline ของผู้ติดเชื้อให้กับสาธารณสุขจังหวัดครบถ้วน (ร้อยละ 100)

4.การสื่อสาร

คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ในฐานะผู้นำบริษัท ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มระหว่างวิกฤตการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 โดยในปี 2564 บริษัทฯ ได้กำหนดให้มี CEO Day ในรูปแบบออนไลน์ขึ้นเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้พนักงานทุกคน สามารถสื่อสารปัญหาที่พบระหว่างมาตรการ Work From Home และปัญหาอื่น ๆ ต่อคุณวิกรม กรมดิษฐ์ ได้โดยตรง และมอบหมายให้คณะทำงานการบริหารจัดการในภาวะวิกฤต: COVID-19 (Crisis Management Team: COVID-19) ดำเนินการจัดการแก้ไขอย่างทันที

นอกจากนี้บริษัทฯ ได้จัดให้มีการประชุมออนไลน์เพื่อรับฟังปัญหาของลูกค้าภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะทั้ง 2 แห่งขึ้นไตรมาสละ 1 ครั้ง โดยมีคุณวิกรม กรมดิษฐ์ เป็นประธานการประชุม ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ และผู้แทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และผู้บริหารจากโรงพยาบาลวิภาราม อมตะนคร โดยมีโรงงานภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะทั้งสองแห่งเข้าร่วมกว่า 700 โรงงาน

ร่วมสร้างอนาคตไปกับอมตะ