นิคมอุตสาหกรรมของอมตะในประเทศไทยเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมกว่า 1,000 โรงงาน

ที่ดำเนินกิจการในปัจจุบัน มีพนักงานทำงานในโรงงานกว่า 300,000 คน สร้างขยะมูลฝอยและขยะอุตสาหกรรมจำนวนมหาศาลในแต่ละปี การกำจัดของเสียจากกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดการขยะมูลฝอยจากสำนักงานและพนักงาน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่บริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสียให้ความสนใจมาโดยตลอด

ความเสี่ยง

หากการจัดการขยะมูลฝอยและขยะอุตสาหกรรมของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมไม่เป็นไปตามกฎหมายแล้ว ย่อมส่งผลกระทบทางลบต่อสุขภาพอนามัยของผู้ปฏิบัติงานด้านขยะ ต่อสิ่งแวดล้อม และต่อชุมชนโดยรอบทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และอาจมีผลกระทบต่อการขออนุญาตเพื่อการขยายกิจการของบริษัทฯ ในอนาคต

โอกาส

การบริหารจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพและสร้างคุณค่าจากขยะด้วยหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นโอกาสทางธุรกิจของบริษัทฯ ที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่เพื่อลดต้นทุนและสร้างรายได้ให้แก่บริษัทฯ   และช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสีย และได้รับการยอมรับจากชุมชนท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี

แนวทางการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและขยะอุตสาหกรรม

บริษัทฯ ตระหนักดีถึงความรับผิดชอบในการบริหารจัดการขยะในฐานะที่เป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม

บริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายการบริหารจัดการของเสียเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดจากกิจการภายในนิคมอุตสาหกรรมให้น้อยที่สุด โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการขยะอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และหลักวิชาการ รวมถึงส่งเสริมโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมให้มีการรีไซเคิลและการนำกลับไปใช้ใหม่ และนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อลดการเกิดขยะมูลฝอยและขยะอุตสาหกรรม

บริษัทฯ มอบหมายให้ บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด (AFS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ทำหน้าที่ดูแลการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของโรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั้งสองแห่งในประเทศไทย โดยใช้แนวทางในการบริหารจัดการขยะตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องภายใต้พระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535  และตามขอบเขตอำนาจในความรับผิดชอบในการบริหารจัดการขยะ ปัจจุบันมีโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้บริการจัดการขยะมูลฝอยของบริษัทฯ ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี จำนวน 553 โรงงาน และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง จำนวน 198 โรงงาน คิดเป็นร้อยละ 80 และ 58 ตามลำดับ โดยขยะที่บริษัทฯ รับผิดชอบ เป็นขยะมูลฝอยและขยะอุตสาหกรรมไม่อันตรายเท่านั้น ส่วนของเสียอันตรายนั้น โรงงานอุตสาหกรรมต่างดำเนินการจัดการเอง ภายใต้พระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

แนวทางการกำจัดขยะมูลฝอยตามเป้าหมาย Zero Waste to Landfill

บริษัทฯ ตระหนักถึงผลกระทบของการกำจัดขยะด้วยวิธีการฝังกลบที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทฯ จึงตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณขยะมูลฝอยที่นำไปกำจัดโดยวิธีฝังกลบให้มากที่สุด โดยนำหลักการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ขยะเหลือศูนย์หรือไม่มีขยะที่จะนำไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ (Zero Waste to Landfill) เข้ามาประยุกต์ใช้ในการให้บริการจัดเก็บ รวบรวม คัดแยก และกำจัดขยะมูลฝอย ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ตั้งแต่ปี 2554 และมีการศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายการดำเนินงานไปที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง 

บริษัทฯ มีการดำเนินการคัดแยกขยะมูลฝอยโดยผู้รับเหมาที่โรงงานคัดแยกขยะภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ เพื่อคัดแยกขยะตามหลัก 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) และส่งไปกำจัดโดยวิธีต่าง ๆ โดยผู้รับเหมาที่มีความเชี่ยวชาญและมีใบอนุญาตในการกำจัดขยะมูลฝอยและขยะอุตสาหกรรมตามกฎหมาย นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีแนวทางบริหารจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ในการให้คำแนะนำโรงงานที่ใช้บริการกำจัดขยะมูลฝอยของบริษัทฯ ในการคัดแยก จำแนกประเภทของขยะมูลฝอยก่อนส่งมายังโรงคัดแยกขยะ เพื่อให้ขยะที่เข้าสู่กระบวนการคัดแยกนั้นมีคุณภาพ สามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ในการผลิตเชื้อเพลิงขยะ และขยะรีไซเคิล และเหลือขยะที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ที่ต้องกำจัดโดยวิธีฝังกลบให้เหลือน้อยที่สุด หรือไม่มีเลย (Disclosure 306-2)

การจัดการขยะมูลฝอยในนิคมอุตสาหกรรม

Solid Waste Management in AMATA City Industrial Estates

ในปี 2564 บริษัทฯ ได้ให้บริการจัดการขยะมูลฝอยแก่โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมทั้งสองแห่ง จำนวนรวมทั้งสิ้น 26,806.28 ตัน แบ่งออกเป็นปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี จำนวน 20,648.76 ตัน และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง จำนวน 6,157.53 ตัน (Disclosure 306-1) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของบริษัทฯ ในการลดปริมาณขยะมูลฝอยที่นำไปกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบ บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นที่การเพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกของพนักงานคัดแยกขยะ การปรับปรุงกระบวนการจัดการขยะจากการส่งไปฝังกลบ เป็นการคัดแยกขยะรีไซเคิล และการผลิตเชื้อเพลิงทดแทนในรูปแบบเชื้อเพลิงขยะ (Refuse-derived fuel: RDF) เพื่อส่งต่อไปเป็นเชื้อเพลิงสำหรับกระบวนการเผาในโรงงานผลิตปูนซีเมนต์

ในปี 2564 บริษัทฯ ได้ดำเนินการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี โดยสามารถคัดแยกขยะรีไซเคิลจากขยะมูลฝอยคิดเป็นร้อยละ 10.29 ของปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมดที่จัดการในอาคารคัดแยกขยะของบริษัทฯ และมีขยะมูลฝอยที่สามารถทำเป็นผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงขยะ (Refuse-derived fuel: RDF) ได้ ร้อยละ 89.65  ทำให้บริษัทฯ สามารถลดปริมาณขยะที่ส่งไปกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบเหลือร้อยละ 0.06 ของปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมดที่จัดการในอาคารคัดแยกขยะของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม ยังมีขยะมูลฝอยบางประเภทที่จำเป็นต้องกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ ได้แก่ ขยะที่ไม่สามารถเผาไหม้ได้ เศษอิฐ หิน ปูน ทราย และ เศษอาหาร เป็นต้น

การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2563-2564 ที่ผ่านมา ทำให้มีขยะติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทั้งในสำนักงานของบริษัทฯ และภายในโรงงานของลูกค้าตามมาตรการป้องกันตนเองเพื่อความปลอดภัยของพนักงาน เช่น หน้ากากอนามัย ชุดตรวจ ATK (Rapid Antigen Test Kit) แม้ว่าขยะติดเชื้อเหล่านี้จะมีปริมาณไม่มากอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปริมาณขยะมูลฝอยที่บริษัทฯ ให้บริการจัดการกับลูกค้า แต่จำเป็นต้องใช้บริการผู้รับกำจัด หรือผู้รับเหมาที่ได้รับอนุญาตให้กำจัดขยะติดเชื้อที่ถูกต้องตามกฎหมาย และการแยกส่งกำจัดด้วยตนเองของแต่ละโรงงานทำให้มีค่าใช้จ่ายในการกำจัดค่อนข้างสูง จึงเกิดความต้องการใช้บริการกำจัดขยะติดเชื้อซึ่งเป็นขยะมูลฝอยประเภทใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ จึงได้ทำการพัฒนาบริการกำจัดขยะติดเชื้อ ด้วยการคัดเลือกผู้รับเหมาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ในการให้บริการลูกค้าภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะทั้งสองแห่ง โดยที่บริษัทฯ ได้ทำการตรวจสอบ และติดตามเส้นทางการจัดการขยะด้วยระบบ GPS ที่ติดตั้งในรถขนส่งขยะตั้งแต่ต้นทางจนถึงเตาเผาขยะติดเชื้อ (Infectious Waste Incinerator) พร้อมรายงานผลเส้นทางการขนส่งให้ลูกค้ารับทราบแบบ Realtime เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า โดยในปี 2564 มีขยะติดเชื้อที่ส่งกำจัดทั้งสิ้น 9.26 ตัน คิดเป็นปริมาณที่น้อยกว่าร้อยละ 0.05 ของขยะทั้งหมดที่บริษัทฯ บริหารจัดการในปี 2564

การจัดการขยะตามแนวทาง Zero Waste to Landfill ทำให้บริษัทฯ สามารถลดต้นทุนด้านการจัดการขยะมูลฝอยลงได้ 2.4 ล้านบาทในปี 2564 และผู้ประกอบการร้อยละ 80 ที่ใช้บริการการจัดการขยะของบริษัทฯ พึงพอใจและมีความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการขยะของบริษัทฯ ว่าไม่มีการนำขยะออกไปจัดการอย่างผิดกฎหมาย ชุมชนในพื้นที่โดยรอบนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี มีความมั่นใจในการจัดการขยะของโรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมากขึ้น นอกจากนี้การนำหลักการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ขยะเหลือศูนย์หรือไม่มีขยะที่จะนำไปฝังกลบ (Zero Waste to Landfill) มาใช้ยังเป็นกระบวนการหนึ่งที่ช่วยให้เกิดการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการฝังกลบขยะได้อีกทางหนึ่งด้วย

ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการขยะให้กับลูกค้า

บริษัทฯ คำนึงการมีส่วนร่วมของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมในการช่วยลดผลกระทบเชิงลบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้กับโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง เกี่ยวกับการจัดการขยะมูลฝอยและขยะอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด บริษัทฯ ได้จัดโครงการ “รางวัลการจัดการขยะอุตสาหกรรมและมูลฝอยในโรงงาน (AMATA Best Waste Management Awards)” เป็นกิจกรรมประจำปีต่อเนื่องกันตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงงานเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะอุตสาหกรรมประเภทไม่อันตราย ขยะมูลฝอย และสิ่งปฏิกูลภายในโรงงานให้ดียิ่งขึ้น โดยการนำหลักการจัดการ 3Rs (Reduce-Reuse-Recycle principle) มาประยุกต์ใช้ในการจัดการขยะ ซึ่งส่งผลให้โรงงานสามารถลดต้นทุนของผลิตภัณฑ์ได้อีกทางหนึ่ง โดยมีเป้าหมายให้ลูกค้ามีการบริหารจัดการขยะอุตสาหกรรมและขยะมูลฝอยตั้งแต่ต้นทางภายในโรงงานที่มีประสิทธิภาพก่อนส่งมายังโรงงานคัดแยกขยะ เพื่อเพิ่มอัตราส่วนขยะที่สามารถนำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงขยะ (RDF) และขยะรีไซเคิล

ในปี 2564 มีโรงงานสมัครเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 72 บริษัท โดยโรงงานทั้งในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง มีความสนใจเข้าร่วมลดน้อยลงจากปี 2563 ที่มีจำนวน 76 บริษัท ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้ต้องใช้วิธีการตรวจประเมินผ่านเอกสารเพียงอย่างเดียว และไม่สามารถเข้าไปตรวจประเมินและให้คำแนะนำในสถานที่ปฏิบัติงานจริงได้เนื่องจากมาตรการควบคุมโรค ทำให้ต้องแสดงหลักฐานเป็นเอกสารค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ยังคงมุ่งส่งเสริมให้โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมทั้งสองแห่งตระหนักถึงความสำคัญในการบริหารจัดการขยะอุตสาหกรรม และต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการขยะของโรงงาน รวมถึงมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมโดยรวมอย่างต่อเนื่องต่อไป

โดยในปี 2564  เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทางบริษัทฯได้มีการปรับรูปแบบการรับสมัคร การชี้แจงเกณฑ์และเงื่อนไข  เป็นแบบประชุมออนไลน์  การจัดส่งเอกสารการสมัครพร้อมหลักฐานแนบ ผ่านระบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์   การตรวจประเมินโครงการ การให้คำปรึกษาผ่านระบบออนไลน์ และการสัมภาษณ์ แทนการเข้าไปตรวจประเมินที่โรงงาน 

การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการบริหารจัดการขยะ

บริษัทฯ ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างมูลค่าและเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้กับขยะพลาสติก โดยการนำขยะพลาสติกที่ผ่านการคัดแยกแล้วหรือเป็นของเสีย มาเป็นส่วนประกอบของการสร้างถนนพลาสติกรีไซเคิล (Plastic Road) ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ปัจจุบันบริษัทฯ ดำเนินการเทถนนจากขยะพลาสติก ไปแล้ว 3 จุด รวมระยะทาง 1,990 เมตร และใช้ขยะพลาสติกในโครงการนี้จำนวน 16.89 ตัน

โดยการนำขยะพลาสติกที่ผ่านการคัดแยกแล้วหรือเป็นของเสีย มาเป็นส่วนประกอบของการสร้างถนนพลาสติกรีไซเคิล (Plastic Road) ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ปัจจุบันบริษัทฯ ดำเนินการเทถนนจากขยะพลาสติก ไปแล้ว 3 จุด รวมระยะทาง 1,990 เมตร และใช้ขยะพลาสติกในโครงการนี้จำนวน 16.89 ตัน

บริษัทฯ ร่วมมือกับ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี พัฒนาระบบบันทึกปริมาณขยะอัจฉริยะ (KoomKah Smart Manifest)

เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพในการบริหารข้อมูลการจัดเก็บขยะภายในนิคมอุตสาหกรรม โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการข้อมูล ยกระดับผู้ให้บริการเก็บขนส่ง และลูกค้าผู้ใช้บริการสามารถทราบปริมาณขยะที่ถูกจัดเก็บได้แบบ Realtime สร้างความโปร่งใส และสร้างความมั่นใจในการกำจัดขยะ พร้อมมุ่งสู่เมืองอัจฉริยะด้านสิ่งแวดล้อม (Smart Environment) และด้วยสถานการณ์ระบาดของโรค COVID-19 ยังช่วยลดการสัมผัสกระดาษระหว่างผู้เก็บขนและลูกค้า เป็นการอนุมัติผ่านระบบออนไลน์แทน  โดยในปี 2564 นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี มีลูกค้าเข้าใช้บริการระบบเรียบร้อยแล้วทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 100  และในอนาคตจะขยายไปใช้ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง ต่อไป

บริษัทฯ ร่วมมือกับ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี พัฒนาระบบบันทึกปริมาณขยะอัจฉริยะ (KoomKah Smart Manifest) • บริษัทฯ มุ่งมั่นในการส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างมูลค่าและเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ของกระดาษ

โดยร่วมกับบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) จัดทำ “โครงการกระดาษเก่า แลกกระดาษใหม่ Paper X : The Value of your waste” เพื่อนำกระดาษใช้แล้วของบริษัทฯ มารีไซเคิล และแปรรูปกลับมาใช้ใหม่ เป็นการลดของเสีย ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้แก่องค์กรได้อย่างยั่งยืน 

ร่วมสร้างอนาคตไปกับอมตะ